ประกาศหาพนักงานพาร์ทไทม์แล้วไม่มีคนสมัคร: 7 จุดในประกาศที่ควรแก้ก่อนโพสต์ครั้งหน้า

ลงประกาศหาคนไว้ตั้งแต่เมื่อวาน อีกสองวันต้องใช้คน แต่ยังไม่มีใครกดสมัครงานเลย เจ้าของร้านหลายคนเจอสถานการณ์นี้แล้วสรุปว่า "ช่วงนี้คนหายาก" ซึ่งบางครั้งก็จริง แต่บ่อยครั้งกว่านั้น ร้านข้างเคียงที่ลงประกาศวันเดียวกันกลับได้คนครบภายในไม่กี่ชั่วโมง
ความต่างส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่โชค แต่อยู่ที่ตัวประกาศเอง บทความนี้รวม 7 จุดในประกาศงานพาร์ทไทม์ที่ส่งผลต่อจำนวนผู้สมัครมากที่สุด เรียงจากจุดที่มีผลมากไปหาน้อย เพื่อให้แก้ได้ทันทีในการโพสต์ครั้งถัดไป
ประกาศของคุณไม่ได้แข่งกับ "ความว่างของคน" แต่แข่งกับประกาศอื่นในวันเดียวกัน
เวลาคิดว่าทำไมไม่มีคนสมัคร เจ้าของร้านมักมองว่าปัญหาคือคนไม่ว่าง แต่ในระบบที่พนักงานพาร์ทไทม์กดสมัครงานเข้ามาก่อน แล้วนายจ้างจึงเลือกคนจากผู้สมัคร คนทำงานหนึ่งคนเห็นประกาศหลายสิบงานในวันเดียวกัน แล้วเลือกสมัครงานที่คุ้มกับเวลาและการเดินทางของตัวเองที่สุด ถ้าประกาศของคุณไม่มีใครกดสมัคร คุณก็ไม่มีใครให้เลือกเลย
นั่นแปลว่าประกาศของคุณถูกเปรียบเทียบกับประกาศอื่นเสมอ ทั้งค่าแรง เวลา ระยะทาง และความชัดเจนของงาน ถ้าประกาศอื่นดูคุ้มกว่าหรือเข้าใจง่ายกว่า คนจะเลือกงานนั้นก่อน แม้จะว่างทำงานให้คุณได้ก็ตาม การแก้ปัญหาจึงเริ่มจากการมองประกาศตัวเองในสายตาคนที่กำลังเลือกงาน
7 จุดที่ต้องแก้ เรียงตามผลกระทบ
1. ค่าแรง: ตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดและคุณเป็นคนตั้งเอง
ค่าแรงของงานพาร์ทไทม์ไม่ใช่ราคาตายตัว นายจ้างเป็นคนตั้งเองตอนลงประกาศ โดยมีพื้นเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายของพื้นที่นั้น และยิ่งตั้งสูงกว่าพื้น ยิ่งมีคนสมัครมากขึ้นและเร็วขึ้น
การตั้งค่าแรงไว้ที่พื้นพอดีไม่ใช่เรื่องผิด ในวันธรรมดาที่งานไม่ซับซ้อนและเดินทางสะดวก ก็มักได้คนตามปกติ แต่มีหลายสถานการณ์ที่ค่าแรงเท่าพื้นแทบไม่มีโอกาสแข่งกับประกาศอื่น
สถานการณ์ | ควรพิจารณาตั้งสูงกว่าพื้นไหม |
วันเทศกาล วันหยุดยาว วันแคมเปญ | ควร เพราะทุกร้านหาคนพร้อมกัน |
งานเริ่มเช้ามากหรือเลิกดึก | ควร เพราะคนต้องเดินทางนอกเวลาปกติ |
งานหนักกว่าปกติ เช่น ยกของ ล้างจานร้านบุฟเฟต์ | ควร |
ที่ตั้งเดินทางลำบาก เช่น คลังสินค้านอกเมือง | ควร |
ลงประกาศกระชั้นชิด | ควร |
วันธรรมดา เดินทางสะดวก งานบรีฟจบในไม่กี่นาที | ไม่จำเป็น |
นอกจากค่าแรงฐาน ระบบยังให้นายจ้างเพิ่มโบนัสในประกาศได้ด้วย โบนัสเหมาะกับวันที่ต้องการดึงคนเป็นพิเศษ เช่น คืนเทศกาลหรืองานกระชั้นชิด เพราะช่วยให้ประกาศโดดเด่นขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าแรงฐานที่ใช้ประจำ
วิธีคิดที่ใช้ได้ผลคือเทียบส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม กับต้นทุนของการไม่ได้คนในวันนั้น ทั้งยอดขายที่หาย ภาระที่ตกกับทีมประจำ และลูกค้าที่อาจไม่กลับมา อ่านวิธีคิดแบบละเอียดได้ใน ตั้งค่าแรงเท่าไหร่ถึงได้คนจริง
2. ประกาศล่วงหน้ากี่วัน
ยิ่งลงประกาศเร็ว คนที่ยังไม่ได้วางแผนวันนั้นก็ยิ่งมีมาก ประกาศที่ลงล่วงหน้าสามถึงห้าวันมีโอกาสได้คนดีกว่าประกาศที่ลงก่อนวันงานวันเดียวอย่างเห็นได้ชัด เพราะคนที่ทำงานพาร์ทไทม์หลายคนวางตารางของตัวเองเป็นรายสัปดาห์
ถ้ารู้อยู่แล้วว่าวันไหนต้องใช้คน เช่น วันหยุดยาวหรือวันที่มีจองโต๊ะเป็นกลุ่ม ให้ลงประกาศทันทีที่รู้ ไม่ต้องรอใกล้วัน การลงเร็วคล้ายการจองตั๋วเครื่องบิน ถ้ารอจนใกล้วัน สุดท้ายต้องเพิ่มค่าแรงอยู่ดี แต่ได้ตัวเลือกน้อยกว่า
3. เวลาเริ่มและเลิกงาน
คนทำงานไม่ได้ดูแค่ว่าทำกี่ชั่วโมง แต่ดูว่าเดินทางไปกลับได้หรือเปล่า งานที่เลิกหลังรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้าย หรือเริ่มก่อนรถสาธารณะเริ่มวิ่ง จะตัดคนที่ไม่มีรถส่วนตัวออกไปทันที
ถ้าเลื่อนเวลาได้ ลองขยับให้ตรงกับเวลาที่เดินทางสะดวก หรือแบ่งเป็นสองกะสั้นแทนหนึ่งกะยาว ถ้าเลื่อนไม่ได้ ให้ชดเชยด้วยค่าแรงหรือบอกให้ชัดว่ามีทางกลับอย่างไร
4. หน้าที่ชัดแค่ไหน
ประกาศที่เขียนว่า "พนักงานช่วยงานทั่วไป" ทำให้คนไม่แน่ใจว่าจะต้องเจออะไร และคนที่ไม่แน่ใจมักเลือกงานอื่นที่อ่านแล้วเข้าใจทันที ให้เขียนหน้าที่หลักสองถึงสามอย่าง เช่น "เสิร์ฟอาหาร เก็บโต๊ะ ช่วยล้างแก้วช่วงคนน้อย" และถ้ามีงานที่ไม่ได้ให้ทำ เช่น ไม่ต้องคิดเงิน ก็บอกไว้ด้วย
ความชัดเจนตรงนี้ช่วยอีกทางหนึ่งด้วย คนที่สมัครงานโดยเข้าใจงานถูกต้องตั้งแต่แรก มีแนวโน้มทำงานได้ดีกว่าและไม่ทิ้งงานกลางทาง
5. การเดินทางและจุดนัดพบ
บอกให้ชัดว่าร้านอยู่ใกล้สถานีหรือป้ายรถอะไร มีที่จอดมอเตอร์ไซค์ไหม ต้องเข้าทางไหน และถึงแล้วต้องติดต่อใคร โดยเฉพาะร้านในห้าง อาคารสำนักงาน หรือคลังสินค้าที่ทางเข้าพนักงานไม่ใช่ทางเข้าหลัก ข้อมูลเหล่านี้ใช้เวลาเขียนไม่ถึงนาที แต่ช่วยให้คนตัดสินใจกดสมัครงานได้ง่ายขึ้นมาก
6. สิ่งที่ต้องเตรียมมา
ถ้างานต้องใส่เสื้อสีใดสีหนึ่ง รองเท้าหุ้มส้น หรือต้องนำเอกสารบางอย่างมา ให้ระบุในช่องการแต่งกายและรายละเอียดของประกาศ คนที่รู้ล่วงหน้าจะเตรียมมาได้ ส่วนคนที่ไม่มีของเหล่านั้นก็จะไม่สมัคร ซึ่งดีกว่าสมัครเข้ามาแล้วมาถึงหน้างานโดยไม่พร้อม ถ้าร้านมีผ้ากันเปื้อนหรือหมวกให้ ก็ควรบอกเช่นกัน เพราะช่วยลดภาระของคนทำงาน
7. ร้านที่คนอยากกลับมาทำอีก
ประกาศที่ดีที่สุดคือประกาศที่ไม่ต้องหาคนใหม่ทุกครั้ง ร้านที่บรีฟงานชัดตั้งแต่นาทีแรก ให้พักตามเวลา ปฏิบัติกับพนักงานพาร์ทไทม์เหมือนคนในทีม และยืนยันชั่วโมงทำงานตรงตามจริง มักมีคนที่เคยมาทำแล้วกดสมัครงานของร้านอีกเมื่อเห็นประกาศครั้งถัดไป
เมื่อเลิกงาน ให้ประเมินพนักงานในระบบทุกครั้ง ถ้าไม่สะดวกพิมพ์ ก็เลือกรีวิวสำเร็จรูปที่ระบบเตรียมไว้ได้ในไม่กี่วินาที การประเมินช่วยให้ครั้งหน้าคุณเลือกคนที่เคยทำงานได้ดีกับร้านได้ง่ายขึ้น อ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ได้ใน ระบบ Feedback ในการบริหารพาร์ทไทม์
ตัวอย่างประกาศ: ก่อนแก้และหลังแก้
หัวข้อ | ก่อนแก้ | หลังแก้ |
ตำแหน่ง | พนักงานช่วยงานร้าน | พนักงานเสิร์ฟช่วงมื้อเย็น |
หน้าที่ | ช่วยงานทั่วไป | รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร เก็บโต๊ะ ไม่ต้องคิดเงิน |
วันและเวลา | เสาร์นี้ | เสาร์ 17.00–22.00 น. (ลงประกาศล่วงหน้า 4 วัน) |
ค่าแรง | เท่าค่าจ้างขั้นต่ำพอดี | สูงกว่าขั้นต่ำเล็กน้อย เพราะเป็นคืนวันเสาร์และเลิกดึก |
การเดินทาง | (ไม่ระบุ) | เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า มีที่จอดมอเตอร์ไซค์ด้านหลังร้าน ถึงแล้วติดต่อผู้จัดการกะที่เคาน์เตอร์ |
สิ่งที่ต้องเตรียม | (ไม่ระบุ) | กางเกงสีดำ รองเท้าหุ้มส้น ร้านมีผ้ากันเปื้อนให้ |
ประกาศหลังแก้ไม่ได้ยาวกว่ามาก แต่ตอบทุกคำถามที่คนทำงานจะถามในใจก่อนกดสมัครงาน
ถ้าแก้ครบแล้วยังไม่มีคนสมัคร
ถ้าปรับทั้ง 7 จุดแล้วแต่วันงานใกล้เข้ามาและยังไม่ได้คน มีทางเลือกสามทาง
เพิ่มค่าแรงหรือให้โบนัสในประกาศเดิม ในวันที่ตลาดแย่งคน การจ่ายเพิ่มตอนนี้ยังถูกกว่าการไม่มีคนทำงาน
แบ่งกะให้สั้นลง เช่น เปลี่ยนจากหนึ่งกะยาวเป็นสองกะสั้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ว่างเพียงบางช่วงสมัครได้
ใช้บริการหาคนด่วน สำหรับร้านอาหารที่ต้องการคนในวันนั้น findTEMP มีบริการ Fast Track ที่ส่งพนักงานถึงร้านภายใน 3 ชั่วโมง ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการ Fast Track
ถ้าปัญหาของคุณไม่ใช่การไม่มีคนสมัคร แต่เป็นการที่คนที่คุณเลือกแล้วไม่มาตามนัด อ่านต่อที่ แก้ปัญหาโพสต์หาคนแล้วไม่มีใครมา
สรุป
เมื่อประกาศหาคนแล้วเงียบ อย่าเพิ่งสรุปว่าคนหายาก ลองมองประกาศตัวเองเทียบกับประกาศอื่นในวันเดียวกัน แล้วไล่แก้จากจุดที่มีผลมากที่สุดก่อน คือค่าแรง เวลาที่ลงประกาศ และเวลางาน ตามด้วยความชัดเจนของหน้าที่ การเดินทาง และสิ่งที่ต้องเตรียม ร้านที่ทำเรื่องเหล่านี้ให้เป็นนิสัยจะหาคนได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีคนที่อยากกลับมาทำงานด้วยซ้ำ ลองนำเช็กลิสต์นี้ไปใช้กับประกาศครั้งหน้าใน findTEMP ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
Q: ทำไมลงประกาศหาพาร์ทไทม์แล้วไม่มีคนสมัคร
A: สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือค่าแรงไม่แข่งกับประกาศอื่นในวันเดียวกัน ลงประกาศกระชั้นเกินไป เวลางานเดินทางลำบาก หรือประกาศไม่บอกหน้าที่และการเดินทางให้ชัด คนทำงานเห็นหลายประกาศพร้อมกันและเลือกงานที่เข้าใจง่ายและคุ้มที่สุดก่อน
Q: ควรตั้งค่าแรงพาร์ทไทม์เท่าไหร่ถึงจะมีคนสมัคร
A: ค่าแรงต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายของพื้นที่นั้น ในวันธรรมดาที่เดินทางสะดวก การตั้งที่พื้นมักได้คนตามปกติ แต่ในวันเทศกาล งานเช้ามากหรือดึก งานหนัก หรือประกาศกระชั้นชิด ควรตั้งสูงกว่าพื้นหรือเพิ่มโบนัส เพื่อให้แข่งกับประกาศอื่นได้
Q: ควรลงประกาศหาคนล่วงหน้ากี่วัน
A: ยิ่งเร็วยิ่งดี ถ้ารู้วันที่ต้องใช้คนแล้วให้ลงทันที ประกาศที่ลงล่วงหน้าหลายวันมีโอกาสได้คนมากกว่าประกาศที่ลงก่อนวันงานวันเดียว เพราะคนทำงานหลายคนวางตารางเป็นรายสัปดาห์
Q: ในประกาศงานควรเขียนอะไรบ้าง
A: อย่างน้อยควรมีตำแหน่ง หน้าที่หลักสองถึงสามอย่าง วันและเวลาเริ่ม-เลิก ค่าแรง วิธีเดินทางและจุดนัดพบ และสิ่งที่ต้องเตรียมมา ข้อมูลเหล่านี้ตอบคำถามที่คนทำงานสงสัยก่อนตัดสินใจกดสมัครงาน
----------------------------------------
findTEMP สามารถใช้งานผ่าน WebApp ได้ทุกแพลตฟอร์ม ช่วยให้คุณประหยัดเวลา ในการหาพนักงานเข้าทำงานได้มากยิ่งขึ้น
สนใจสมัครใช้งาน หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE : @findTEMP
สมัครใช้งาน : เริ่มใช้งาน findTEMP




ความคิดเห็น