top of page

ปี 2569 ธุรกิจที่ยังต้องใช้แรงงานคน มีอะไรบ้าง และควรวางกำลังคนอย่างไรให้ธุรกิจไม่สะดุด

  • 30 ก.ค.
  • ยาว 2 นาที
2026 ธุรกิจที่ยังต้องพึ่งพาแรงคน

ปีนี้เจ้าของธุรกิจลงทุนกับ “ระบบ” ไปไม่น้อย ตู้สั่งอาหารหน้าร้าน POS ที่ตัดสต็อกให้เอง แอปจัดกะที่ส่งตารางเข้าไลน์กลุ่มได้ ระบบคลังที่บอกได้ว่าของอยู่ชั้นไหนแถวไหน แต่พอถึงเย็นวันศุกร์ที่คิวยาวออกไปถึงหน้าร้าน หรือวันที่ออเดอร์เข้ามาสามเท่าของวันปกติ สิ่งที่ขาดไม่ใช่ระบบ มันคือคนที่จะยกจาน เคลียร์โต๊ะ ตรวจของ และรับมือลูกค้าตรงหน้า


คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้ประกอบการในปี 2569 จึงไม่ใช่ “ปีนี้ยังต้องจ้างคนอยู่ไหม” แต่เป็น “ยังต้องจ้างตำแหน่งไหน และต้องจ้างกี่วัน” เพราะการจ้างประจำเพิ่มหนึ่งคนวันนี้ หมายถึงต้นทุนคงที่ที่ผูกอยู่กับร้านทุกเดือน ไม่ว่าเดือนนั้นลูกค้าจะเข้าหรือไม่


บทความนี้แยกให้ชัดว่างานแบบไหนที่ระบบรับไปได้จริงแล้ว งานแบบไหนที่ยังต้องมีคนยืนอยู่หน้างาน โดยไล่ดู 4 กลุ่มธุรกิจที่พึ่งแรงคนหนักที่สุดในตลาดไทย — ร้านอาหารและคาเฟ่ โรงแรมและจัดเลี้ยง โกดังและคลังสินค้า และงานอีเวนต์/PC — พร้อมวิธีคำนวณกำลังคนแบบ baseline + buffer ที่ใช้ได้ตั้งแต่ร้านเดียวจนถึงหลายสาขา


1. เส้นแบ่งของปี 2569 ไม่ใช่ “ธุรกิจไหนใช้คน” แต่คือ “งานไหนที่แทนไม่ได้”

การถามว่าธุรกิจไหนยังต้องใช้คนนั้นกว้างเกินไปจนใช้วางแผนไม่ได้ เพราะในร้านเดียวกันมีทั้งงานที่ระบบทำแทนได้สนิทและงานที่ทำแทนไม่ได้เลย เกณฑ์ที่ใช้แยกได้เร็วที่สุดมีสามข้อ


  1. งานนั้นต้องตัดสินใจหน้างานภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่ เช่น โต๊ะ 12 เรียกน้ำ ขณะที่ครัวเพิ่งดังกระดิ่งอาหารโต๊ะ 4 ต้องเลือกลำดับเอง

  2. งานนั้นต้องจับสิ่งของหรือสถานการณ์ที่ไม่เป็นมาตรฐานหรือไม่ เช่น กล่องคนละขนาดที่วางเอียง ของที่แพ็คผิดล็อต คราบบนโต๊ะที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมทุกครั้ง

  3. ลูกค้าใช้งานนั้นตัดสินคุณภาพแบรนด์หรือไม่ ถ้าลูกค้าจำ “คนที่มารับ” ได้มากกว่าจำระบบหลังบ้าน งานนั้นคืองานของคน


ถ้าคำตอบคือ “ใช่” แม้ข้อเดียว งานนั้นยังต้องมีคน และควรวางแผนกำลังคนให้ครอบคลุมวันที่งานหนักที่สุด ไม่ใช่วันปกติ


ประเภทงาน

ระบบรับไปได้แล้วในปี 2569

ยังต้องใช้คนหน้างาน

หน้าร้าน

รับออเดอร์ผ่านตู้/QR, ชำระเงิน, สะสมแต้ม, จัดคิว

เสิร์ฟและเคลียร์โต๊ะช่วงพีค, ดูแลลูกค้าที่ไม่พอใจ, ดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่

หลังบ้าน

บันทึกสต็อก, ออกเอกสาร, จัดตารางกะอัตโนมัติ, แจ้งเตือนของใกล้หมด

ผู้ช่วยครัว, ล้างจาน, ตรวจของที่รับเข้า, แพ็คเดลิเวอรีช่วงพีค

คลังสินค้า

ระบุตำแหน่งสินค้า, สร้าง pick list, ติดตามสถานะพัสดุ

ตรวจนับ, หยิบ-แพ็ค, ตรวจก่อนส่งออก, จัดพื้นที่เมื่อของเข้าเกินแผน

ลูกค้าสัมพันธ์

ตอบคำถามซ้ำ ๆ ผ่านแชตบอต, ยืนยันการจอง

อธิบายสินค้าที่ลูกค้าลังเล, แก้ปัญหาเฉพาะหน้า, ตัดสินใจแทนลูกค้าเมื่อของหมด


2. ร้านอาหารและคาเฟ่ — ระบบสั่งอาหารช่วยได้ แต่ “บริการ” ยังเป็นตัวตัดสินการกลับมาซื้อซ้ำ

นอกจากรสชาติและคุณภาพวัตถุดิบ สิ่งที่ลูกค้าจำได้แม่นที่สุดคือบริการ ความเร็วในการเก็บโต๊ะ น้ำที่มาเติมก่อนลูกค้าต้องเรียก และท่าทีของคนที่เดินมารับออเดอร์ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในเมนู แต่มันอยู่ในรีวิว


ปัญหาจริงคือความต้องการคนไม่คงที่

ร้านอาหารและคาเฟ่มีชั่วโมงพีคชัดมาก ช่วงกลางวัน ช่วงเย็นถึงหัวค่ำ ศุกร์ถึงอาทิตย์ ช่วงสิ้นเดือน ช่วงที่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย หรือช่วงที่ร้านลงโปรโมชันเอง ผลคือเจ้าของร้านติดอยู่ระหว่างสองทางเลือกที่แพงทั้งคู่


  • จ้างประจำให้พอวันพีค — วันธรรมดาคนล้นร้าน ต้นทุนต่อบิลสูงขึ้นทุกวันที่ลูกค้าไม่แน่น

  • จ้างพอวันธรรมดา — วันพีคเสิร์ฟไม่ทัน ปิดรับออเดอร์เดลิเวอรี เสี่ยงรีวิวลบที่อยู่บนหน้าค้นหาเป็นปี


ตำแหน่งที่เสริมด้วยพนักงานพาร์ทไทม์รายวันได้ทันทีโดยไม่กระทบมาตรฐานร้าน มักเป็นตำแหน่งที่สอน

งานจบในกะเดียว เช่น เสิร์ฟ เคลียร์โต๊ะ ล้างจาน ผู้ช่วยครัวเตรียมของ และแพ็คอาหารเดลิเวอรี ส่วนตำแหน่งที่ควรเป็นคนประจำคือคนที่ถือมาตรฐานรสชาติและควบคุมกะ


3. โรงแรมและจัดเลี้ยง — ความประทับใจของแขกมาจากรายละเอียดที่ระบบมองไม่เห็น

ธุรกิจโรงแรมขายประสบการณ์ที่วัดยาก ความประทับใจของลูกค้ามาจากความใส่ใจ ความจริงใจ และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ไม่มีระบบไหนสั่งให้เกิดขึ้นได้ เช่น การจำได้ว่าแขกห้องนี้ขอหมอนเพิ่มเมื่อคืน หรือการเดินไปช่วยยกกระเป๋าก่อนที่แขกจะขอ

ในเชิงกำลังคน โรงแรมและงานจัดเลี้ยงเจอความผันผวนหนักกว่าร้านอาหารด้วยซ้ำ เพราะอัตราเข้าพักขึ้นลงตามฤดูกาล กลุ่มทัวร์ และงานใหญ่ในเมือง ส่วนงานจัดเลี้ยงคือความต้องการคนแบบก้อนใหญ่ที่มาแค่วันเดียว เช่น งานแต่ง งานเลี้ยงบริษัท หรือประชุมสัมมนา

ทางออกที่หลายโรงแรมใช้แล้วได้ผลลบคือให้พนักงานประจำทำ OT ติดกันหลายวัน เพราะต้นทุนค่าล่วงเวลาสูงกว่าค่าแรงพาร์ทไทม์ในหลายกรณี และคุณภาพงานบริการในวันที่สี่ของการทำงานติดกันมักตกลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งย้อนกลับมาที่คะแนนรีวิวอีกทาง


4. โกดังและคลังสินค้า — ระบบบอกได้ว่าของอยู่ไหน แต่คนคือคนที่ตรวจและปรับตามปริมาณงาน

คลังสินค้าเป็นธุรกิจที่ลงทุนระบบไปมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่ก็ยังเป็นกลุ่มที่ต้องใช้คนมากที่สุดเช่นกัน เพราะกระบวนการหนึ่งรอบมีหลายขั้นตอนที่ต้องมีคนตัดสินใจ รับเข้า ตรวจนับ แยกล็อต หยิบสินค้า แพ็ค ตรวจก่อนส่งออก และจัดพื้นที่ใหม่เมื่อของเข้ามาเกินแผน

ลักษณะเฉพาะของคลังคือปริมาณงานมาเป็นคลื่นที่รู้ล่วงหน้าได้บ้าง แต่ไม่แน่นอน วันแคมเปญของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ช่วงต้นเดือน ช่วงเทศกาล หรือวันที่ลูกค้ารายใหญ่ส่งของเข้าพร้อมกัน ล้วนทำให้ปริมาณงานในหนึ่งวันต่างจากวันปกติหลายเท่า สิ่งที่คลังต้องการจึงไม่ใช่แค่ “คนเยอะ” แต่คือกำลังคนที่ยืดหยุ่นตามปริมาณงานได้ภายในวันเดียว


  • งานที่เพิ่มคนได้ทันทีเมื่อของเข้าเกินแผน: หยิบ-แพ็ค ยกของ ติดสติกเกอร์ ตรวจนับ

  • งานที่ควรเป็นคนประจำ: ควบคุมคุณภาพ ดูแลระบบ WMS และหัวหน้าไลน์ที่รู้ผังคลัง


5. งานอีเวนต์และ PC — เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน คนหน้างานต้องสื่อสารและตัดสินใจได้ทันที

งานอีเวนต์ งานบูธ และงาน PC เชียร์ขายเป็นกลุ่มที่แทนด้วยระบบได้น้อยที่สุด เพราะเนื้องานคือการอ่านสถานการณ์ตรงหน้า ลูกค้าคนนี้ลังเลเพราะราคาหรือเพราะไซซ์ คิวหน้าบูธเริ่มยาวจนต้องเปลี่ยนวิธีรับคน ของแจกใกล้หมดจนต้องแจ้งทีมกลาง ทั้งหมดนี้เกิดในไม่กี่นาทีและต้องตัดสินใจทันที

ในเชิงต้นทุน งานกลุ่มนี้มีอายุโครงการสั้นตั้งแต่หนึ่งวันถึงหนึ่งเดือน การจ้างประจำจึงแทบไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ ความท้าทายจริงอยู่ที่สองเรื่อง คือการระดมคนจำนวนมากให้ทันวันงาน และการมีคนสำรองเมื่อมีคนไม่มาตามนัด เพราะงานอีเวนต์ไม่มีวันพรุ่งนี้ให้แก้ตัว


6. จุดร่วมของทั้งสี่ธุรกิจ: ความต้องการคนมาเป็นคลื่น ไม่ใช่เส้นตรง

ถ้าวางกราฟความต้องการกำลังคนของทั้งสี่ธุรกิจซ้อนกัน จะเห็นรูปเดียวกันคือคลื่น มีสันคลื่นที่คนไม่พออย่างรุนแรงไม่กี่วันต่อเดือน และมีท้องคลื่นที่คนล้นอยู่เกือบทุกวัน ปัญหาคือโครงสร้างการจ้างของธุรกิจส่วนใหญ่เป็นเส้นตรง คือจ้างประจำจำนวนเท่ากันทุกเดือน


วิธีวางกำลังคนแบบ baseline + buffer

  1. ย้อนดูข้อมูล 8–12 สัปดาห์ที่ผ่านมา แยกเป็นรายวันและรายช่วงเวลา ใช้ตัวเลขที่มีอยู่แล้วเช่นจำนวนบิล จำนวนออเดอร์ จำนวนห้องที่ขายได้ หรือจำนวนกล่องที่แพ็คต่อวัน

  2. ตั้ง baseline จาก “วันปกติ” โดยใช้ค่ามัธยฐาน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย เพราะวันพีคไม่กี่วันจะดันค่าเฉลี่ยให้สูงเกินความจริงและทำให้จ้างประจำเกินความจำเป็น

  3. ส่วนต่างระหว่างวันพีคกับ baseline คือ buffer ที่ควรปิดด้วยพนักงานพาร์ทไทม์หรือรายวัน ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มคนประจำ

  4. กันโควตา buffer ไว้อีกส่วนสำหรับเหตุไม่คาดฝัน เช่น ลาป่วย ลาออกกะทันหัน หรือวันที่มีงานแทรก โดยดูจากสถิติการขาดงานจริงของร้านย้อนหลัง


ทางเลือกปิดช่วงพีค

ต้นทุนเมื่อยอดตก

ความเร็วในการเริ่มงาน

ผลต่อคุณภาพงาน

ความเสี่ยงเมื่อฤดู/โครงการจบ

จ้างประจำเพิ่ม

สูง เป็นต้นทุนคงที่ทุกเดือน

ช้า ต้องประกาศ สัมภาษณ์ สอนงาน

ดีในระยะยาวถ้ามีงานสม่ำเสมอ

สูง ต้องบริหารคนที่งานไม่พอ

ให้พนักงานเดิมทำ OT

ปานกลาง จ่ายตามชั่วโมงจริง

เร็ว ใช้คนที่รู้งานอยู่แล้ว

ลดลงเมื่อทำติดกันหลายวัน

ต่ำ แต่เสี่ยงคนลาออกจากภาระงาน

พนักงานพาร์ทไทม์ / รายวัน

ต่ำ จ่ายเฉพาะวันที่ใช้

เร็ว เรียกใช้เป็นวันหรือเป็นกะ

ดีถ้าเลือกงานที่สอนจบในกะเดียว

ต่ำ หยุดเรียกใช้ได้เมื่อจบฤดู


หมายเหตุ: การคิดค่าล่วงเวลา วันหยุด และสิทธิของลูกจ้างมีเงื่อนไขตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก่อนปรับโครงสร้างการจ้างจริง ควรตรวจอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน หรือที่ปรึกษาด้านแรงงานของธุรกิจคุณ


7. “จ้างเท่าที่ใช้” ในทางปฏิบัติทำได้แค่ไหนในปี 2569

เมื่อ buffer ชัดแล้ว โจทย์ที่เหลือคือหาคนให้ทันในวันที่ต้องการจริง ซึ่งเป็นจุดที่แพลตฟอร์มจัดหาพนักงานพาร์ทไทม์แบบ on-demand เข้ามาช่วยได้ findTEMP เป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น โดยเน้นฝั่งนายจ้างที่ต้องการคนเป็นวันหรือเป็นกะ

  • พนักงานในระบบมากกว่า 180,000 คน และมีธุรกิจที่ใช้บริการแล้วมากกว่า 15,000 จุด

  • ส่งพนักงานออกทำงานมากกว่า 4,000 คนต่อวัน ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล

  • ลงทะเบียนใช้งานฟรี ค่าธรรมเนียม (GP) 8% ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ก.ย. 2569 พร้อมการันตีได้คนทำงาน 5 ครั้งแร

  • เริ่มต้นวันละ 250 บาทต่อคน โดยคิดค่าแรงเป็นรายชั่วโมง ค่าแรงเริ่มต้น 50 บาทต่อชั่วโมงในช่วงโปรโมชัน

  • มีบริการ Fast Track สำหรับกรณีต้องการคนด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ค่าบริการ 699 บาทต่อคน เฉพาะงานร้านอาหาร และมีการคืนเงินหากพนักงานไม่มา

  • มีทีมแอดมินดูแลระหว่างการจ้างงานทุกวัน เวลา 08:00–22:00


สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจคือประเภทงานของคุณเหมาะกับการจ้างเป็นวันหรือไม่ ถ้างานนั้นต้องใช้เวลาสอนหลายสัปดาห์หรือต้องเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว การจ้างประจำยังเหมาะกว่า แต่ถ้าเป็นงานที่สอนจบในกะเดียวและปริมาณงานขึ้นลงตามวัน การจ้างเท่าที่ใช้จะประหยัดกว่าอย่างชัดเจน


คำถามที่นายจ้างถามบ่อย

Q: ปี 2569 ธุรกิจไหนที่ยังต้องพึ่งแรงงานคนมากที่สุด

A: กลุ่มที่พึ่งคนหนักที่สุดคือธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่ตรงหน้าและมีปริมาณงานไม่คงที่ ได้แก่ ร้านอาหารและคาเฟ่ โรงแรมและงานจัดเลี้ยง คลังสินค้าและโลจิสติกส์ และงานอีเวนต์หรือ PC เพราะทั้งสี่กลุ่มมีงานที่ต้องตัดสินใจหน้างานและต้องจับสิ่งของหรือสถานการณ์ที่ไม่เป็นมาตรฐาน


Q: จ้างพนักงานพาร์ทไทม์รายวันต่างจากจ้างประจำอย่างไรในแง่ต้นทุน

A: การจ้างประจำเป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นทุกเดือนไม่ว่ายอดขายจะเป็นอย่างไร ส่วนการจ้างพาร์ทไทม์รายวันเป็นต้นทุนแปรผันที่จ่ายเฉพาะวันที่เรียกใช้ ในทางปฏิบัติธุรกิจส่วนใหญ่ใช้สองแบบร่วมกัน คือจ้างประจำเท่าที่พอสำหรับวันปกติ แล้วใช้พาร์ทไทม์ปิดส่วนต่างของวันพีค


Q: ต้องจ้างขั้นต่ำกี่ชั่วโมง และต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน

A: บนแพลตฟอร์ม findTEMP จ้างขั้นต่ำ 4 ชั่วโมงต่อวัน และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้หลายวัน ส่วนกรณีต้องการคนด่วนมีบริการที่ส่งคนได้ภายใน 3 ชั่วโมง


Q: ถ้าพนักงานไม่มาตามนัดจะเกิดอะไรขึ้น

A: findTEMP มีการันตีได้คนทำงาน 5 ครั้งแรกสำหรับผู้ใช้งานใหม่ และมีทีมแอดมินติดตามระหว่างการจ้างงานเพื่อจัดหาคนแทนเมื่อเกิดปัญหาหน้างาน


Q: ให้บริการพื้นที่ไหน และเริ่มต้นใช้งานอย่างไร

A: ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลงทะเบียนใช้งานได้ฟรีที่ app.findtemp.in.th หรือสอบถามรายละเอียดผ่าน LINE : @findTEMP


สรุป

ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่คนถูกแทนที่ แต่เป็นปีที่บทบาทของคนถูกจัดใหม่ ระบบรับงานซ้ำ ๆ ที่คาดการณ์ได้ไป และเหลืองานที่ต้องตัดสินใจ ต้องสัมผัส และต้องดูแลลูกค้าไว้ให้คน สำหรับเจ้าของธุรกิจ คำถามที่ให้ผลจริงจึงไม่ใช่ “จะลดคนได้ไหม” แต่คือ “จะทำให้กำลังคนขึ้นลงตามยอดขายได้อย่างไร”


ถ้าคุณอยากลองปิดช่วงพีคด้วยกำลังคนแบบยืดหยุ่นก่อนตัดสินใจจ้างประจำเพิ่ม ลงทะเบียนใช้งาน findTEMP ได้ฟรีที่ findTEMP แล้วลองโพสต์งานแรกดูว่าตัวเลขต้นทุนต่อวันของคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน


----------------------------------------


findTEMP สามารถใช้งานผ่าน WebApp ได้ทุกแพลตฟอร์ม  ช่วยให้คุณประหยัดเวลา ในการหาพนักงานเข้าทำงานได้มากยิ่งขึ้น


สนใจสมัครใช้งาน หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 

สมัครใช้งาน : เริ่มใช้งาน findTEMP

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page