ไทยช่วยไทยพลัสต่ออีก 2 เดือน — วางแผนกำลังคนไตรมาส 4 ให้รับได้ทั้งตอนเงินไหลและตอนเงินหยุด

ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ร้านจำนวนมากอยู่ในสภาพเดียวกัน ยอดขายดีกว่าที่คาด ลูกค้าเข้าร้านไม่ขาด แต่ทุกกะกลับเหนื่อยกว่าเดิม เพราะคนเท่าเดิมต้องรับงานที่มากขึ้น หลายร้านเตรียมใจไว้แล้วว่าวันที่ 30 กันยายนทุกอย่างจะผ่อนลง
แล้วเมื่อวันที่ 22 กันยายน คณะรัฐมนตรีก็มีมติขยายมาตรการออกไปอีกสองเดือน ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ข่าวนี้ฟังดูเป็นข่าวดีสำหรับยอดขาย และมันก็ใช่ แต่สำหรับเรื่องกำลังคน มันทำให้โจทย์ยากขึ้น ไม่ใช่ง่ายขึ้น
เหตุผลคือเงินจากมาตรการจะไหลเข้าหน้าร้านต่อไปในช่วงเดียวกับที่ไตรมาส 4 มีเทศกาลถี่ที่สุดของปี ความต้องการคนสองชั้นจะซ้อนกันพอดี ขณะที่จุดที่แรงหนุนหายไปจริงถูกเลื่อนไปอยู่ต้นเดือนธันวาคม ซึ่งจะถูกเทศกาลปีใหม่กลบไว้อีกเดือน กว่าจะเห็นภาพจริงก็คือเดือนมกราคม บทความนี้จึงเป็นแผนกำลังคนที่รับได้ทั้งสองช่วง ทั้งตอนที่เงินยังไหล และตอนที่มันหยุด
สามเดือนที่ผ่านมา และสิ่งที่เปลี่ยนในรอบที่สอง
ไทยช่วยไทยพลัสได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ 19 พฤษภาคม 2569 ตัวเลขที่เจ้าของธุรกิจควรสนใจไม่ใช่ขนาดงบ แต่เป็นเส้นทางที่เงินไหลไป
สองเดือนแรกมีเงินสะพัดในระบบราว 8.6 หมื่นล้านบาท จากผู้ใช้สิทธิ์กว่า 26 ล้านคน และร้านค้าที่เข้าร่วมราว 1.19 ล้านร้าน
ยอดใช้จ่ายราว 96.6% เกิดขึ้นที่ร้านค้าทั่วไป ส่วนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมีสัดส่วนเพียง 3.4% แปลว่าเงินไหลเข้าหน้าร้านจริง และภาระตกกับพนักงานหน้าร้านโดยตรง
รอบขยายเวลาที่อนุมัติเมื่อ 22 กันยายน ครอบคลุมเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ให้สิทธิ์ใช้จ่าย 1,000 บาทต่อคน คงรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 เหมือนเดิม ใช้งบราว 4.4 หมื่นล้านบาทจากกรอบเงินกู้เดิม และปรับเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์บางส่วน เช่น ไม่รวมกลุ่มนักเรียนนักศึกษา
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือเงินยังไหลเข้าร้านค้าหน้าร้านเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือมันไหลต่อไปในช่วงที่ปกติก็หนักอยู่แล้ว
ทำไมการต่ออายุมาตรการทำให้เรื่องคนยากขึ้น
ถ้ามาตรการจบวันที่ 30 กันยายนตามกำหนดเดิม เดือนตุลาคมจะเป็นเดือนที่แรงซื้อจากมาตรการหายไป แต่มีเทศกาลเข้ามาแทน ความต้องการคนจะขึ้นลงสลับกันไป แต่เมื่อมาตรการต่อ สองแรงนี้จะมาพร้อมกัน
ด้านความต้องการ ร้านที่มีหน้าร้านจะเจอลูกค้าจากมาตรการต่อเนื่อง ซ้อนกับเทศกาลกินเจ 10–18 ตุลาคม แคมเปญ 10.10 และ 11.11 และช่วงเริ่มต้นไฮซีซั่นงานจัดเลี้ยง ทั้งหมดอยู่ในแปดสัปดาห์เดียวกัน
ด้านตลาดแรงงาน เมื่อธุรกิจเกือบทุกประเภทต้องการคนเพิ่มพร้อมกัน คนที่ว่างรับงานในแต่ละวันจะถูกแย่งกันมากกว่าช่วงปกติ การหาคนเสริมในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนปีนี้จึงน่าจะยากกว่าปีก่อน
ด้านทีมประจำ ทีมที่ทำงานหนักต่อเนื่องมาสามเดือนแล้วจะต้องรับต่ออีกสองเดือน ความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือคนลาออกกลางไฮซีซั่น ซึ่งเป็นช่วงที่หาคนแทนยากที่สุดของปี
บทเรียนจากข้อนี้คือ การขยายมาตรการไม่ได้ซื้อเวลาให้ร้าน แต่ทำให้ช่วงที่ต้องการคนมากที่สุดของปียาวขึ้นและตึงขึ้น
จุดที่แรงหนุนหายไปจริงเลื่อนไปอยู่ที่เดือนมกราคม
เมื่อมาตรการจบสิ้นเดือนพฤศจิกายน เดือนถัดไปคือธันวาคม ซึ่งมีทั้ง 12.12 งานเลี้ยงปีใหม่บริษัท และการจับจ่ายช่วงเทศกาล ยอดขายของหลายธุรกิจจะยังดีต่อไปอีกเดือน ทำให้มองไม่เห็นว่าแรงซื้อส่วนไหนหายไปพร้อมกับมาตรการ
ภาพจริงจะปรากฏในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดของธุรกิจส่วนใหญ่ต่ำที่สุดของปีอยู่แล้วตามปกติ และปีนี้จะเป็นช่วงที่ทั้งแรงหนุนจากรัฐและแรงหนุนจากเทศกาลหายไปพร้อมกัน
นี่คือเหตุผลที่การตัดสินใจเรื่องคนในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ต้องคิดเผื่อไปถึงเดือนมกราคมด้วย พนักงานประจำที่รับเพิ่มเข้ามาเพื่อรับพีคในตอนนี้ จะยังอยู่ในบัญชีเงินเดือนในเดือนที่ยอดต่ำที่สุดของปี
ปฏิทินไตรมาส 4 ฉบับปรับใหม่
ตารางนี้รวมหมุดหมายที่กระทบกำลังคน โดยเพิ่มช่วงที่มาตรการยังทำงานซ้อนเข้าไป จะเห็นว่าเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนแทบไม่มีสัปดาห์ไหนที่เบา
ช่วงเวลา | เหตุการณ์ | ธุรกิจที่กระทบตรง | ควรเริ่มเตรียม |
1 ต.ค. – 30 พ.ย. | ไทยช่วยไทยพลัสรอบขยายเวลา | ร้านค้าหน้าร้าน ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน | ตอนนี้ |
10–18 ต.ค. | เทศกาลกินเจ 9 วัน | ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ครัวกลาง | ปลายกันยายน |
10 ต.ค. และ 11 พ.ย. | แคมเปญ 10.10 และ 11.11 | คลังสินค้า อีคอมเมิร์ซ ทีม PC | ตอนนี้ สำหรับ 11.11 |
พ.ย. – ก.พ. | ไฮซีซั่นงานจัดเลี้ยง สัมมนา งานเลี้ยงปีใหม่ | โรงแรม แคทเทอริ่ง ผู้จัดงาน | ตุลาคม |
ธ.ค. | มาตรการจบ แต่ 12.12 และเทศกาลปีใหม่ยังหนุนยอด | ค้าปลีก ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า | พฤศจิกายน |
ม.ค. – ก.พ. | ไม่มีทั้งมาตรการและเทศกาล ยอดต่ำสุดของปี | เกือบทุกธุรกิจ | ตั้งแต่ตอนวางแผนจ้างในไตรมาส 4 |
แยกกำลังคนเป็นสองชั้น — ชั้นฐาน กับ ชั้นผันแปร
เมื่อช่วงที่หนักยาวขึ้นแต่รู้ว่ามีวันจบ วิธีที่รับได้ทั้งสองช่วงคือแยกกำลังคนออกเป็นสองชั้นตั้งแต่ต้น
ชั้นฐาน คือจำนวนคนที่ร้านต้องมีทุกวันไม่ว่ายอดจะเป็นอย่างไร ควรเป็นพนักงานประจำที่รู้ระบบร้านและสอนงานคนใหม่ได้ จุดสำคัญคือให้คำนวณจากยอดของช่วงที่ไม่มีทั้งมาตรการและเทศกาล ไม่ใช่จากยอดตอนนี้ ข้อมูลที่ใกล้เคียงที่สุดคือยอดช่วงมกราคมถึงเมษายนที่ผ่านมา
ชั้นผันแปร คือคนที่เติมเข้ามาตามพีคจริง เป็นวัน เป็นกะ หรือเป็นช่วงเทศกาล คนกลุ่มนี้รับทั้งส่วนที่เพิ่มจากมาตรการและส่วนที่เพิ่มจากเทศกาล และหายไปพร้อมกับทั้งสองอย่างโดยไม่ทิ้งต้นทุนไว้ในเดือนมกราคม
วิธีหาเส้นแบ่งแบบง่าย คือดึงยอดขายรายวันของช่วงต้นปีออกมาเรียงจากน้อยไปมาก แล้วดูยอดที่ตำแหน่งประมาณหนึ่งในสี่ล่าง จำนวนคนที่ใช้ในวันแบบนั้นคือชั้นฐาน ส่วนต่างจากวันพีคในตอนนี้คือชั้นผันแปรทั้งหมด
อีกเรื่องที่ควรรู้สำหรับช่วงที่ตลาดแรงงานตึง คือถ้าเสริมคนผ่านระบบที่ให้ประกาศงานให้พนักงานพาร์ทไทม์เลือกสมัครเอง ค่าแรงที่ตั้งจะเป็นตัวกำหนดว่าได้คนเร็วแค่ไหน พื้นคือค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย แต่ในวันที่ทุกธุรกิจแย่งคนกัน ประกาศที่ตั้งค่าแรงสูงกว่าจะมีคนสมัครมากกว่าและเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด เดือนตุลาคมและพฤศจิกายนปีนี้มีวันแบบนั้นมากกว่าปกติ
ไทม์ไลน์สี่เดือนที่ลงมือได้จริง
แผนเดิมใช้สามเดือน แต่เมื่อมาตรการต่อ จุดตัดสินใจที่สำคัญที่สุดย้ายไปอยู่ปลายเดือนธันวาคม แผนจึงต้องยาวขึ้นเป็นสี่เดือน
เดือน | บทบาท | สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ |
ปลายกันยายน | ประเมิน | หาเส้นชั้นฐานจากยอดช่วงต้นปี ไม่ใช่ยอดตอนนี้ · นับว่าช่วงที่ผ่านมาใช้คนเกินชั้นฐานกี่คนต่อกะ · คุยกับทีมประจำเรื่องภาระงานที่จะหนักต่ออีกสองเดือน และหาทางกระจายภาระก่อนมีคนลาออก |
ตุลาคม | ทดลอง | ใช้เทศกาลกินเจเป็นสนามทดลองระบบเสริมคน เพราะมีขอบเขตชัดเจน 9 วัน · วัดว่าคนเสริมเข้างานได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ และใช้เวลาสอนงานกี่นาที · ทดลองปรับค่าแรงในวันที่หาคนยาก แล้วดูว่าความเร็วในการได้คนเปลี่ยนไปแค่ไหน |
พฤศจิกายน | สเกล | ใช้ระบบที่ปรับแล้วกับพีคที่ซ้อนกันทั้ง 11.11 มาตรการ และไฮซีซั่นจัดเลี้ยง · ล็อกทีมล่วงหน้าสำหรับงานที่รู้วันแน่นอน · กันคนสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งในห้าของทีมเสริม |
ธันวาคม | ถอยอย่างมีแผน | ใช้ชั้นผันแปรรับ 12.12 และเทศกาลปีใหม่ตามปกติ · เริ่มลดชั้นผันแปรตั้งแต่ปลายเดือน โดยไม่แตะชั้นฐาน · เข้ามกราคมด้วยต้นทุนคงที่เท่ากับที่ร้านรับได้ในเดือนที่ยอดต่ำที่สุด |
สรุป
การขยายมาตรการเป็นข่าวดีสำหรับยอดขายในอีกสองเดือนข้างหน้า แต่ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าแรงหนุนนี้มีวันหมด สิ่งที่เปลี่ยนคือวันนั้นถูกเลื่อนไปอยู่ในจุดที่มองเห็นยากขึ้น
ร้านที่ใช้สองเดือนนี้เก็บเกี่ยวยอดโดยไม่ผูกต้นทุนคงที่เพิ่ม จะเข้าเดือนมกราคมได้สบายกว่าร้านที่ขยายทีมประจำตามยอดของช่วงที่มีทั้งมาตรการและเทศกาลหนุนพร้อมกัน
• สมัครใช้งานสำหรับนายจ้างฟรี: app.findtemp.in.th/auth/register
• สอบถามการตั้งค่าระบบและขอตัวอย่าง Report สรุปบริหาร (LINE 08:00–22:00 น.): @findTEMP
• บริการส่งคนด่วน Fast Track (ถึงใน 3 ชม.): app.findtemp.in.th/fast_track/
คำถามที่พบบ่อย
Q: ไทยช่วยไทยพลัสรอบขยายเวลาใช้ได้ถึงเมื่อไหร่
A: ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 22 กันยายน 2569 รอบขยายเวลาครอบคลุมเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 วันเริ่มใช้สิทธิ์และรายละเอียดเงื่อนไขควรตรวจสอบกับประกาศทางการของกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพราะอาจมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมภายหลัง
Q: มาตรการต่อแล้ว ควรรับพนักงานประจำเพิ่มไหม
A: ควรระวัง เพราะมาตรการยังมีวันจบ และหลังจากนั้นคือเดือนมกราคมซึ่งยอดของธุรกิจส่วนใหญ่ต่ำที่สุดของปี ถ้าจะรับประจำเพิ่ม ให้ตรวจก่อนว่ายอดในช่วงต้นปีที่ผ่านมารองรับจำนวนคนนั้นได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ส่วนที่เกินควรอยู่ในชั้นผันแปร
Q: ทำไมหาคนเสริมช่วงนี้ถึงยากขึ้น
A: เพราะความต้องการคนจากหลายแหล่งมาซ้อนกันในช่วงเดียวกัน ทั้งมาตรการ เทศกาลกินเจ แคมเปญอีคอมเมิร์ซ และไฮซีซั่นงานจัดเลี้ยง ธุรกิจเกือบทุกประเภทต้องการคนเพิ่มพร้อมกัน วิธีรับมือคือเริ่มหาเร็วกว่าปกติ และตั้งค่าแรงให้เหมาะกับวันที่ตลาดแย่งคนตั้งแต่ประกาศครั้งแรก
Q: พนักงานพาร์ทไทม์ทำงานแทนพนักงานประจำได้จริงไหม
A: ขึ้นอยู่กับประเภทงาน งานที่บรีฟจบได้ในสิบถึงสิบห้านาทีและมีขั้นตอนชัดเจน เช่น เสิร์ฟ ล้างจาน จัดเรียงสินค้า แพ็คของ เหมาะกับการเสริมด้วยพาร์ทไทม์ ส่วนงานที่ต้องรู้ระบบร้านลึก ดูแลเงินสด หรือตัดสินใจแทนเจ้าของ ควรอยู่กับทีมประจำ
----------------------------------------
findTEMP สามารถใช้งานผ่าน WebApp ได้ทุกแพลตฟอร์ม ช่วยให้คุณประหยัดเวลา ในการหาพนักงานเข้าทำงานได้มากยิ่งขึ้น
สนใจสมัครใช้งาน หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE : @findTEMP
สมัครใช้งาน : เริ่มใช้งาน findTEMP




ความคิดเห็น